ลุมพินีจับมือ “เสี่ยเปรม”จัดศึกแฟร์เท็กซ์มวยไทย

 

เวทีมวยลุมพินี เตรียมเปิดหน้าประวัติศาสตร์ด้วยการร่วมกับ เสี่ยเปรม บุษราบวรวงษ์ ทายาทเสี่ยบรรจง บุษราบวรวงษ์ สมัยก่อนโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ด้วยการจัดศึกแฟร์เท็กซ์ มวยไทย-MMA ในวันที่ 16 เดือนมกราคม ปี2565 เป็นนัดหมายเปิดฉาก โดยทาง อาเสี่ยเปรม เปิดเผยว่าต้องการที่จะให้เด็กไทยได้โอกาสเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้เพื่อต่อยอดไปสู่ในสุดยอดถัดไป พร้อมด้วยรับรองว่ามวยไทยยังมีอยู่6คู่ และก็จะมีมวยMMA2คู่ในรายการโดยคาดหมายว่าจะสร้างนักต่อยสายโลหิตใหม่ขึ้นมาเพื่อก้าวขึ้นสู่แชมป์โลกในจังหวะถัดไป

ตอนวันที่ 23 ธ.ค. ก่อนหน้าที่ผ่านมา ที่เวทีมวยลุมพินี รามอินทรา พล.ท.สุชาติ แดงสวย นายเวทีมวยเวทีลุมพินี ร่วมกับ อาเสี่ยเปรม บุษราบวรวงษ์ ผู้สืบสกุลอาเสี่ยบรรจง บุษราบวรวงษ์ อดีตโปรโมเตอร์เวทีลุมพินี ได้ด้วยกันแถลงข่าว แฟร์เท็กซ์ ไฟต์ แอท ลุมพินี โดยมีสื่อมวลชนสายกีฬาชกมวยมาร่วมทำข่าวสารเยอะมากๆ พร้อมทั้งบรรดาซุปเปอร์สตาร์นักต่อยอย่าง รถถัง จิตรเมืองนนท์ ,แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์โลกหญิงMMA และ นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ผู้แทนวันแชมเปี้ยนชิพ เมืองไทย มาร่วมแถลงข่าว

พลท.สุชาติ เปิดเผยว่า ตนต้องการมองเห็นคนรุ่นหลังมองดูเวทีเปลี่ยนไปจากเดิม ซึ่งก่อนหน้าที่ผ่านมาเวทลุมพินีบากบั่นใช้ประโยชน์เพื่อสังคมสูงที่สุด โดยยิ่งไปกว่านั้นการจัดชิงชัยมวยไทยซึ่งเป็นครึ่งเดียวของมวยMMA ก็เลยเป็นสิ่งที่ดีที่จะปรับปรุงเวทีลุมพินีให้เป็นเมกกะการต่อสู้เผยแพร่ไปทั้งโลกถัดไป

ทางด้าน อาเสี่ยเปรม เปิดเผยว่าตนต้องการที่จะเดินตามรอยบิดาที่เคยเป็นโปรโมเตอร์มวยที่เวทีลุมพินีมาก่อน เมื่อได้โอกาสต้องการจะมาจัดมวยตรงนี้ แล้วก็ต้องการส่งเสริมกีฬาชกมวยไทยซึ่งเป็นศิลป์การต่อสู้ประจำชาติของไทยให้ก้าวสู่สุดยอดถัดไป ยิ่งช่วงนี้มวยMMAเป็นที่นิยมมากยิ่งขึ้นในหมู่คนแบบใหม่ ซึ่งตนเห็นว่าในพิกัด 50-70กิโลกรัมชาวไทยได้โอกาสที่จะสู้กับชาติอื่นได้

“ก่อนหน้านี้มีนักมวยหลายๆคนที่เตรียมความพร้อมเลิกมวย แต่ว่าเมื่อหันมาต่อยMMAก็ทำให้ชีวิตเขาแปรไปจากเดิม ทรัพย์สินเยอะขึ้นเรื่อยๆ อย่าง น้องตราไปรษณียากร ได้โอกาสมาต่อยทำให้มีเงินเก็บสะสมมากมายมากมาย ครอบครัวสุขกว่าเดิม รวมทั้งยังเป็นไอดอลให้คนสมัยใหม่อีกด้วย แต่ว่าแต่มวยไทยยังมีอยู่ในบัญชีซึ่งจะจัดมวยไทย 6คู่และก็มวยMMA2คู่ โดยจะให้โอกาสให้กับนักมวยทุกคน ทุกค่ายได้ได้โอกาสมาร่วมแข่ง ผมมุ่งมาดว่าจำเป็นต้องใช้เวลาสักระยะเพื่อแฟนมวยรู้เรื่องในข้อตกลงMMAที่ไม่ใช่มวยวัดโดยจะเริ่มจัดครั้งแรกในวันที่ 16 ม.ค. ที่เวทีลุมพินี” อาเสี่ยเปรม เปิดเผย

สำหรับในการชิงชัยครั้งแรกของศึกแฟร์เท็กซ์ ในวันที่ 16 ม.ค. จะถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ไซด์ของลุมพินีสเตเดี้ยม แล้วก็เว็บไซต์ของแฟร์เท็กซ์ ซึ่งจะมีการลิงค์สัญญาณไปยังต่างประเทศ ซึ่งทีแรกๆจะจัดเดือนละครั้งตรงเวลา 3เดือนที่แล้ว แล้วต่อจากนั้นจะขยายวันจัดให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

ดังนี้ สำหรับในการสัมมนาคณะกรรมการบริหาร ที่ประชุมมวยไทยโลกฯ ซึ่งประกอบไปด้วย นายแผ่กว้าง พราวแพรวศรี ในฐานะประธานที่ประชุม ดร.ศักดิ์ชาย กองทัพกาญจน์ เลขาธิการ พล.อ. เหมรัฐ ขำนิล รองประธาน ข้างสงวนผลักดันแล้วก็ปรับปรุง

นายเกรียงศักดิ์ มั่นมะโนธรรมะ รองประธาน ฝ่ายบริหารแล้วก็ที่มีความสำคัญในการรบ นายให้ เกษบำรุง ผู้ตัดสินผู้ทรงคุณวุฒิ รวมทั้งบุคคลอื่นๆอีกรวม 9 คน ตอนวันที่ 7 เดือนมกราคม 2565ในห้องที่ใช้สำหรับการประชุมที่ประชุมมวยไทยโลกฯ

โดยห้องประชุมได้พิจารณาถึง คุณูปการเป็นอย่างยิ่งของพลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ที่มีต่อกีฬามวยไทยมาตลอดระยะเวลา ในขณะครองตำแหน่งผู้ช่วยผบ.ทบ. แล้วก็ประธานอำนวยการสนามมวยลุมพินี ซึ่งได้แสดงความห่วงใยเป็นทุกข์เป็นอย่างมาก

เมื่อมีการนำมวยไทยไปปู้อี๊ปู้ยำในต่างถิ่น โดยคนประเทศไทยบุคคลในแวดวงมวยร่วมมือกับนักธุรกิจเมืองนอก ในแบบไม่นับถือรวมทั้งสารภาพถึงที่มาของศิลปะการต่อสู้ประจำชาติของไทย มีการบิดเบือนข้อตกลงการแข่งขันชิงชัยโดยพลการ

ทำให้ศิลป์มวยไทยได้รับความเสื่อมโทรมได้รับผลพวงในทางลบมาตลอดระยะเวลา รวมทั้งเพราะฉะนั้น ก็เลยได้ดำเนินงานก่อตั้งที่ประชุมมวยไทยโลกฯ ขึ้นมา เมื่อปี 2538 ซึ่งได้รับการตอบกลับจากภาครัฐอย่างดีเยี่ยม ภายใต้ความมุ่งหมายที่จะบำรุงรักษาไว้ซึ่งศิลป์การต่อสู่ของชาติไทย ให้ดำรงเป็นมรดกของชาติต่อไป โดยในการนี้

ประธานกรรมการการกีฬาสภาผู้แทนราษฎร นายชุมพล กาญจนะ ได้ให้การเกื้อหนุนอย่างเต็มเปี่ยม เมื่อได้รับรู้ข้อมูลแล้วก็คำอธิบายถึงจุดหมายสำหรับเพื่อการตก่อตั้งที่ประชุมมวยไทยโลกของพล.อ. เชษฐา ฐานะจาโร สำหรับในการสัมมนาตอนวันที่ 23 เดือนมีนาคม 2538 แล้วก็เมื่อสำเร็จการสัมมนา นายประชุม กาญจนะ ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด

ถึง นายเทอดดงษ์ ไชยนันทน์ ประธานกรรมการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ในวันที่ 24 เดือนมีนาคม 2538 ขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ส่งเสริมการก่อตั้ง โดยเป็นผู้ดำเนินงานตามแบบแผนซึ่งสามารถนำมาซึ่งหน่วยงานกีฬาชกมวยไทยระหว่างชาติขึ้นให้ได้

ซึ่งถัดมาการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ตอบโต้ความจำนงของ สภาผู้แทนราษฎร โดยได้นำหัวข้อการก่อตั้งที่ประชุมมวยไทยโลก เข้าสู่วาระการประชุมคณะรัฐมนตรี ช่วงวันที่ 16 เดือนเมษายน 2538 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นดีเห็นงามแล้วก็ทราบการก่อตั้งที่ประชุมมวยไทยโลก สำหรับการสัมมนาตอนวันที่ 30 เดือนพฤษภาคม 2538

พิธีการประกาศแต่งตั้งที่ประชุมมวยไทยโลกอย่างเป็นทางการ ได้รับการจัดขึ้นที่ ห้องประชุมองค์การสหประชาชาติประจำเมืองไทย เมื่อันที่ 25 ก.ย. 2538 โดยพลเอก วิมล วงศ์วานิช เป็นผู้กล่าวคำประกาศแต่งตั้ง ดังนี้ภายใต้หลักการของพลเอก เชษฐา ฐานะจาโร ที่มีความมุ่งมาดปรารถนาจะใช้ห้องประเทศขององค์การสหประชาชาติ

เป็นสถานที่เปิดตัวที่ประชุมมวยไทยโลก อย่างเป็นทางการ เพราะเหตุว่าเป็นหน่วยงานระหว่างชาติซึ่งสามารถเผยแพร่เกียรติศักดิ์ของเมืองไทยแล้วก็มวยไทยไปพร้อมเพียงกัน